หลังจากที่แคมเปญลดการกินจังก์ฟู้ดดูกระท่อนกระแท่นมาเป็นเดือน *O*

สัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งมั่นว่าจะต้องทำให้ได้

ผล คือ สำเร็จ อย่างไม่น่าเชื่อ ฮ่าๆ

ตลอดทั้งสัปดาห์ไม่กินเลย ทั้งน้ำอัดลม ฟาสฟู้ด และขนมอบกรอบในถุง ฮิ้ววววววววู้

ทำได้ไงอ่ะหรอ เรามีเคล็ดลับมาบอก..... 

 

3 ขั้นตอน ในการเผด็จศึก

 

ขั้นแรก : ตั้งมั่นในใจก่อน ต้องไม่กิน ต้องไม่กิน ท่องไว้เป็นคาถาประจำกายไปเลย

ขั้นนี้จะทำให้เรามีสติในการกินมากขึ้น ไม่กินตามใจปาก

 

ขั้นที่สอง : บ่ายเบี่ยงความสนใจจากอาหารจังก์ฟู้ดทั้งหลาย เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า

จะเป็นไรดีล่ะ ต้มยำกุ้งแบบไทยๆดีไม๊? มีทั้งขิงข่าตระไคร้ใบมะกรูด สมุนไพรที่มีสรรพคุณหลายอย่าง

หรือจะเป็นปลาย่างกับสลัดผักน้ำใส ที่มีทั้งเนื้อและผักผลไม้ในสัดส่วนพอเหมาะ

ขั้นนี้ทำให้เรารู้จักกินอย่างชาญฉลาด เลือกสิ่งที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพของเรามากที่สุด

เราไม่ถึงกับนั่งคำนวณแคลอรี่หรอกนะ เพราะคงทำไม่ได้ ใช้การกะๆเอาอ่ะ

แบบมื้อหนึ่งก็พยายามจะกินให้ได้ 5 หมู่ และพยายามกินเนื้อกับผักให้อยู่ในสัดส่วนที่ใกล้ๆกัน

 

ขั้นสุดท้าย : ป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ ฮ่าๆ

เฮ้ยยยอย่านึกว่าไม่สำคัญ มันเวิร์คมากนะสำหรับเรา

ทำไมรู้ปะ พ่อ แม่ เพื่อน ญาติสนิทมิตรสหายทั้งหลายจะเป็นคนช่วยเตือนเราเอง เวลาเราพลั้งเผลอ

เหตุการณ์มันเกิดขึ้นจริงๆนะ ตอนเราเอ่ยปากชวนกินแม๊ค เพราะอยากกินและกำลังเดินผ่าน

เพื่อนก็พูดขึ้นว่า "ไหนว่าจะไม่กินไง"

แค่นี้แหละ ความละอายแก่บาปก็ผุดขึ้นในจิตใจ สุดท้ายเลยไปกินอย่างอื่นกันแทน

 

ทั้งหมดเป็นวิธีการที่เราใช้แล้วได้ผลจริงๆนะ ลดการกินจังก์ฟู้ดไปได้เยอะเลย

ใครจะแอบเอาไปใช้ก็ไม่ว่านะ

นอกจากวิธีการที่บอกไปแล้ว

เรายังมีมาตรการลงโทษและให้รางวัลตัวเองด้วยนะ

เราจะมานั่งทบทวนดูว่าวันนี้เรากินไรไปบ้าง เหมือนทำบัญชีรายรับรายจ่ายประจำวันป่ะ55

คือถ้าวันไหนเผลอไปกินจังก์ฟู้ดเข้า ก็จะต้องออกกำลังกายขั้นต่ำ 15 นาที

ส่วนรางวัลอะหรอ เพิ่งได้มาอาทิตย์นี้เอง เพราะเพิ่งสำเร็จเป็นสัปดาห์แรกที่ไม่กินจังก์ฟู้ดเลย

คือ ของหวานแสนอร่อย พาเฟ่ต์ ร้านมูราฮาตะ (อดเปรี้ยวไว้กินหวานมากๆ)

 

เป็นไงกันบ้างวิธีการลดการกินจังก์ฟู้ดของเรา

อย่าลืมว่า "You are what you eat" นะ

อยากสวยสุขภาพดี ก็อย่าลืมกินอาหารดีๆมีประโยชน์

กินจังก์ฟู้ดมากๆมันทำให้อ้วนนะจ๊ะ 

 

edit @ 31 Jan 2010 23:36:28 by Green~milk

edit @ 31 Jan 2010 23:38:25 by Green~milk

edit @ 11 Feb 2010 14:54:45 by Green~milk

Green EXiT ~ ทางออกอยู่ที่ไหน?

posted on 24 Jan 2010 22:29 by greenmilk

หลังจากที่เราหมกมุ่นกับตัวเองอยู่เดือนกว่าๆ ในการลดการบริโภคจังก์ฟู้ด

ผลที่ได้คือ(ประเมินเทียบระหว่างเดือนธ.ค. 52 กับ ม.ค. 53)...

น้ำอัดลม - จากกินเกือบทุกวัน เป็นอาทิตย์ละ 1-2 ขวด(ไซส์ปกติ)  ผ่าน

ขนมอบกรอบ - กินน้อยลงมากกกกกกกก แทบจะไม่กินเลย ผ่าน 

ฟาสฟู้ด(แม๊ค เคเอฟซี) - กินเยอะเท่าเดิมเพราะต้องไปนั่งทำงาน + เคเอฟซีมีคูปองลด ไม่ผ่าน  

แต่ยังดีขึ้นนิดนึงตรงที่ไม่อัพไซส์เพิ่มเฟรนฟรายกับเป๊ปซี่แล้ว อิอิ(ก็ยังดีเนอะ)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากเราแล้ว

เราก็เห็นคนอื่นพยายามที่จะสร้างกระแสให้คนในสังคมลดการบริโภคจังก์ฟู้ดอยู่เหมือนกันนะ

ทั้งนักวิชาการ นักข่าว นักเขียนอิสระ

บทความต่างๆถูกเขียนขึ้นมากมายทั้งในโลกออนไลน์และสื่ออื่น

มีความพยายามชี้ให้เห็นโทษของการบริโภคจังก์ฟู้ดในวงกว้าง

แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่เห็นมาตรการที่จริงจัง เหมือนกับที่ใช้กับพวกบุหรี่และเหล้า

ในการขึ้นภาษีหรือให้ความรู้แก่ผู้บริโภคอย่างกว้างขว้างและจริงจัง

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า....

อีกไม่นานเราอาจจะได้เห็นภาพอันตรายที่เกิดจากการดื่มสุราแปะไว้ที่ข้างขวด (ถ้ากม.ผ่านนะ)

เหมือนกับบุหรี่ที่มีรูปโรคร้ายแปะอยู่ แต่คนอยากสูบก็ไม่ได้ใส่ใจอยู่ดี (สูบไปทั้งที่ก็รู้โทษของมันนั่นแหละ)

อันที่จริงสธ. เองก็เคยเสนอเก็บภาษี อาหารจังค์ฟู้ดส์ เมื่อปี 2550 เหมือนกันนะ

คิดตามปริมาณความหวานในอาหารขยะที่ไม่มีประโยชน์และส่งผลเสียต่อสุขภาพก่อให้เกิดโรคต่างๆ

แต่พอเอกชนโวยวายบอกว่าไม่ใช่แนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องพฤติกรรมการบริโภค

รัฐควรจะให้ความรู้แก่คนในสังคมเพื่อให้ตระหนักถึงโทษภัยที่เกิดจากการบริโภคสินค้าที่เกินความพอดี

เรื่องนี้ก็เงียบหายไป จนถึงตอนนี้

 

ที่เมกา(เจ้าแม่อาหารจังก์ฟู้ด)เอง รัฐบาลเค้าก็สั่งจำกัดอาหารจังก์ฟู้ดที่เปี่ยมด้วยแคลอรี โดยเริ่มจากโรงเรียน

ก่อนผลที่ออกมาน่าพอใจ นี่ถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลมะกันเขาเป็นห่วงมาก เพราะ 1 ใน 3 ของคนอเมริกา

ประสบกับภาวะโรคอ้วน ซึ่งถ้าไม่ควบคุมอาจส่งผลต่อการพัฒนาชาติได้!!!

 

ไต้หวันเองก็ตั้งเป้าจะเป็นชาติแรกๆ ของโลกถัดจากอังกฤษ และเกาหลีใต้ ที่ห้ามโฆษณาอาหารขยะในรายการ

เด็กทางโทรทัศน์ เพื่อพยายามลดอัตราโรคอ้วนในเด็กเช่นเดียวกัน และจะเก็บภาษีพิเศษอาหารที่เห็นว่าไม่ดีต่อ

สุขภาพ อาทิ ลูกกวาด ขนมเค้ก อาหารจานด่วน  โดยกฎหมายดังกล่าวจะส่งให้รัฐสภาอนุมัติปลายปีนี้

 

สำหรับเรา เราว่ามาตรการอะไรก็ใช้ไม่ได้ผล ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ

คนไม่ชอบยังไงก็ไม่ชอบ ถ้าคนชอบจะให้เลิกก็ยากเหลือเกิน

แล้วเพื่อนๆว่า....

ทางออกสำหรับการนิยมบริโภคอาหารจังก์ฟู้ด

ในเมืองไทยควรทำอย่างไร?

ราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี?

 

 

 

 

อ้างอิงข้อมูล :

http://www.healthcorners.com/new_read_news.php?id=12384

http://www.thairath.co.th/content/oversea/61718

 

edit @ 13 Feb 2010 20:27:14 by Green~milk

Green Space ~ พื้นที่สีเขียว

posted on 15 Jan 2010 22:43 by greenmilk

ฮาโหลลลพ่อแม่พี่น้อง

ไม่ได้อัพนานมากกกกกกกก

เคยเป็นกันปะ ช่วงที่ชีวิตเนืองๆ ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากเขียนอะไร

(จขบ.เป็นบ่อย ฮ่าๆ)

แต่ถึงจะหายไป ความตั้งใจก็ยังไม่เปลี่ยนนะจ๊ะ

ที่ว่าจะ ลดการกินจังก์ฟู้ด หันมากินอาหารถูกส่วน ครบทั้ง 5 หมู่

โปรตีน คาร์โบฯ ผัก ผลไม้ และไขมัน 

ผักผลไม้นี่กินเป็นกะละมังเลย(ตอนเช้านะ ฮ่าๆ)

ส่วนไขมัน คาร์โบฯ นี้พยายามลดอยู่นะ รู้สึกจะกินเกินหน้าเกินตาอย่างอื่นไปนิดนึง อิอิ

นู๋พยายามไม่กินแล้วคร่า แต่มันห้ามใจไม่ไหวจริงๆ

>>>นู๋ผิดไปแล้วคร่าที่กินแม๊ค แต่มันห้ามใจไม่ไหวจริงๆ

>>>อี๋ เป๊ปซี่นี่ตัวดีเลย นอกจากจะอ้วนแล้วยังทำให้ฟันผุด้วย (วันหลังกิน Coke Light แทนละกัน 55+)

>>> เพื่อนอิฉันก็กินห่ะ..คนนี้แหละชวนให้ตะบะแตก

เราว่าปัจจัยที่ทำให้เรายังบริโภคจังก์ฟู้ดกันอยู่ คือ

- มันมีอยู่ทุกหนทุกแห่งที่เราเดินเล่น ช้อปปิ้ง/นัดสังสรรค์กับเพื่อนๆ ห้างทุกห้างมีหมด(เยอะด้วย)

ทั้ง Mc, KFC, Chester, Pizza, Burger King, Sub Way, Mos Burgur,..........................

นี่ยังไม่รวมพวกน้ำอัดลม ขนมอบกรอบที่มีอีกเป็นร้อยๆยี่ห้อ

ทั้งในซุปเปอร์ เซเว่น โลตัส บิ๊กซี หรือแม้กระทั้ง โรงหนัง!!! มันตามหลอกหลอนทุกทีจริงๆ

แถมยังมีโฆษณากระตุ้นความอยากให้เห็นอยู่เกลื่อนเมือง(อย่างนี้ก็ไม่ใช่ความผิดเราหนะสิที่กิน หุหุ)

-มันกินง่าย สะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญอร่อยติดปาดติดใจ

(โดยเฉพาะน้ำอัดลมกับขนมอบกรอบ)

เวลารีบๆไม่รู้จะกินไร รีบไปเรียน(อันนี้ไม่ค่อยเกิด55+) หรือหนังจะเริ่มแว้วว

จังก์ฟูดนี้แหละจะเป็นตัวเลือกแรกๆที่คิดถึงเลย

-ราคาพอสู้ไหว เมื่อเทียบกับร้านอาหารอื่นๆในห้างแล้ว  ใครๆก็กินได้

(แต่เราว่าแอบเเพงเหอะ ถ้าเทียบราคากับคุณภาพที่ได้รับนะ จริงๆ)

-นั่งนานๆได้ไม่มีใครว่า เวลานั่งคอยใคร ไม่รู้จะไปไหน นั่งทำการบ้าน สอนพิเศษเราก็ยังเห็นเลย

-ชอบมีของเล่น ของแถมมาหลอกเด็กๆ และการลดราคามากระตุ้นยอดขายอยู่เรื่อย(อันนี้ได้ผลนะสำหรับเรา ตอนแม๊คซื้อหนึ่งแถมหนึ่งนี่กินบ่อยมากกกก)

-อยู่บ้าน โรงเรียน กินข้าวราดแกงจนเบื่อ พอมาห้างขอเปลี่ยนบรรยากาศกินที่แตกต่าง(จังก์ฟู้ด)หน่อยเหอะ

-และประการสุดท้าย(ที่คิดออก ณ ตอนนี้) คือ เพื่อนๆชอบชวนกิน(หรือเราจะเป็นคนชวนเองล่ะ อิอิ) มันเป็นอาหารกลางๆที่กินได้ทั้งกลุ่มจริงๆนะ คิดไรไม่ออกก็นี่เลย

การกินจังก์ฟู้ดบ้างเราว่ามันก็โอเค เปลี่ยนบรรยากาศ

แต่อย่ากินบ่อยและมากเกินไป เพราะมันจะทำให้เกิด

โรคอ้วน มะเร็งลำไส้ ฝันผุ และไขมันอุดตันในเส้นเลือด

ทางที่ดีควรกินจังก์ฟู้ดให้น้อยที่สุด(หรือไม่กินเลยจะดีสุดๆ)

ดื่มน้ำ กินผักและผลไม้เยอะๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีนะคะ

 

ปล.ไม่อัพนาน พออัพก็ยาวเลย อ่านกันเบื่อรึปล่าว

ขอบคุณภาพสวยๆจากคุณนก รวมถึงนางแบบจำเป็นฟองน้ำและพี่ดานะจ๊ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 16 Jan 2010 00:12:20 by Green~milk

edit @ 16 Jan 2010 00:22:15 by Green~milk

edit @ 16 Jan 2010 00:51:46 by Green~milk